ระเบียบวิธีและโปรโตคอลการศึกษาผู้ใช้งาน (TaijiFlow User Study & RCT Protocol)
เอกสารฉบับนี้กำหนดมาตรฐาน ขั้นตอน และเครื่องมือวัดผลสำหรับการวิจัยระยะที่ 4 (Research Phase 4: Testing & Evaluation) ของ TaijiFlow AI เพื่อใช้เป็นกรอบการทดลองแบบสุ่มและควบคุม (Randomized Controlled Trial - RCT) ในการทวนสอบสัมฤทธิผลของการเรียนรู้จลนศาสตร์การทรงตัว (Motor Learning) และการยอมรับระบบ (System Usability & Trust) ของผู้เรียนจริงเมื่อเทียบกับการฝึกแบบดั้งเดิม
1. การออกแบบการทดลอง (Research Design)
การศึกษานี้ใช้รูปแบบการทดลองแบบ Longitudinal Randomized Controlled Trial (RCT) ระยะเวลา 8 สัปดาห์ โดยมีการวัดผล 3 ช่วงเวลาหลัก (Pre-test: สัปดาห์ที่ 0, Mid-test: สัปดาห์ที่ 4, และ Post-test: สัปดาห์ที่ 8) เพื่อประเมินพัฒนาการเชิงจลนศาสตร์การทรงตัว (Longitudinal Biomechanical Progress)
การทดลองใช้รูปแบบ ปกปิดฝ่ายเดียว (Single-blinded Study) โดยอาสาสมัครทั้งสองกลุ่มจะเข้าใช้งานระบบผ่านหน้าจอแอปพลิเคชันที่มีหน้าตาและฟังก์ชันพื้นฐานเหมือนกัน (Interface-equivalent Setup) แต่จะถูกกำหนดบทบาทสิทธิ์ (Role-based access) ในการใช้งานระบบวิเคราะห์ AI ที่แตกต่างกัน และสุ่มแบ่งด้วยสถิติตารางบล็อก (Block Randomization) ออกเป็น 2 กลุ่มเท่า ๆ กัน ดังนี้:
- 1. กลุ่มทดลอง (Experimental Group - Active AI Mode) [n = 15 - 20]:
- ฝึกฝนโดยใช้ระบบ TaijiFlow AI ในโหมดประเมินเต็มรูปแบบ
- หน้าจอกล้องจะแสดงโครงกระดูกพิกัด 33 จุด (Skeleton Overlay) พร้อมระบบแจ้งเตือนสีเขียว/แดง และมีข้อความแจ้งเตือนความคลาดเคลื่อนทางชีวกลศาสตร์ (Real-time Visual/Audio Heuristic Alerts) นอกจากนี้ยังได้รับรายงานประเมินความถูกต้อง (Neuro-Symbolic XAI Report) และคะแนนคุณภาพโดยรวม (AQA Score) หลังการรำสิ้นสุดในแต่ละรอบ
- 2. กลุ่มควบคุม (Control Group - Sham UI / Placebo Mode) [n = 15 - 20]:
- ฝึกฝนโดยใช้ระบบ TaijiFlow AI ในโหมดจำลองเงื่อนไข (Placebo-controlled Sham UI)
- อาสาสมัครกลุ่มนี้จะมองเห็นหน้าจอแอปพลิเคชันเว็บแคมคู่กับวิดีโอต้นแบบผู้เชี่ยวชาญ และต้องผ่านขั้นตอนการตรวจสอบตั้งระยะกล้อง (Camera Calibration) เหมือนกับกลุ่มทดลองทุกประการ เพื่อคุมอิทธิพลแทรกซ้อนจากการออกแบบหน้าจอและการตั้งค่าทางกายภาพ (System Placebo)
- จุดแตกต่าง: หน้าจอกล้องจะไม่ขึ้นรูปโครงกระดูกพิกัดทับบนร่างกาย, ปิดระบบตรวจจับแจ้งเตือน Heuristics ทุกประเภท, และไม่มีการแสดงผลรายงานผลวิเคราะห์หรือแสดงคะแนนรำ (AQA Score) หลังจบการรำ (แสดงเพียงข้อความขอบคุณและปุ่มกดบันทึกทั่วไป)
- การเก็บพิกัดเพื่อควบคุมคุณภาพหลังบ้าน (Silent Background Tracking): ขณะกลุ่มควบคุมรำซ้อม ระบบส่วนกลางยังคงรัน MediaPipe เพื่อสกัดและอัปโหลดไฟล์ JSON พิกัดดิบ รวมถึงจัดเก็บตัวแปรเชิงโครงสร้าง ได้แก่ ระดับท่ายืนเป้าหมาย (Stance Type: High/Low), ระดับความสูงกล้อง (Camera Height) และเวลาเริ่ม-สิ้นสุดซ้อมขึ้นสู่ระบบฐานข้อมูล Supabase โดยอัตโนมัติ เพื่อให้ได้ความเที่ยงตรงเชิงข้อมูลนำมาใช้ในการตรวจประเมินและวิเคราะห์ขจัดตัวแปรจลนศาสตร์แทรกซ้อน (Kinematics Confounding Factors) ในแล็บภายหลังการทดลอง
2. เกณฑ์การคัดเลือกผู้เข้าร่วมการทดสอบ (Participant Eligibility Criteria)
เพื่อให้ได้ชุดข้อมูลทดสอบที่มีความเที่ยงตรง ปลอดภัย และขจัดปัจจัยรบกวนทางสถิติ อาสาสมัครทุกคนจะต้องผ่านการประเมินตามเกณฑ์ดังต่อไปนี้:
- เกณฑ์การคัดเข้า (Inclusion Criteria):
- ชายหรือหญิง อายุระหว่าง 18 - 59 ปี (เน้นบุคคลวัยทำงาน/ผู้ใหญ่สุขภาพดีทั่วไป เพื่อหลีกเลี่ยงปัจจัยความเสื่อมสภาพทางสมองและการทรงตัวตามวัยในผู้สูงอายุกลุ่มเปราะบาง)
- มีความยินยอมและลงชื่อในเอกสารจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ (IRB Informed Consent)
- เป็นผู้ฝึกใหม่ระดับเริ่มต้น (Beginner - L1: ไม่เคยมีประสบการณ์รำมวยไท้เก๊กมาก่อน หรือฝึกมาน้อยกว่า 6 เดือน) หรือระดับกลาง (Intermediate - L2)
- สามารถเดินทางมาตรวจประเมิน Baseline ทางจลนศาสตร์ ณ ห้องปฏิบัติการของผู้วิจัยได้ 3 ครั้ง (สัปดาห์ที่ 0, 4, 8)
- เกณฑ์การคัดออก (Exclusion Criteria - เพื่อความปลอดภัย):
- มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับระบบกระดูก กล้ามเนื้อ หรือข้อต่อท่อนล่าง เช่น โรคข้อเข่าเสื่อมระดับรุนแรง หรือพึ่งผ่านการผ่าตัดใหญ่เกี่ยวกับระบบข้อต่อท่อนล่าง (สะโพก เข่า ข้อเท้า) มาไม่เกิน 6 เดือน
- มีภาวะน้ำในหูไม่เท่ากัน หรือโรคระบบประสาทการรับรู้การทรงตัวบกพร่อง (เช่น Vertigo, Parkinson's)
- มีภาวะความบกพร่องทางสายตาอย่างรุนแรงที่ไม่ได้รับการแก้ไขด้วยเลนส์ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการยืนทรงตัวลืมตาและหลับตา
3. กรอบเวลาและโปรโตคอลการฝึกซ้อม 8 สัปดาห์ (Training Protocol)
เพื่อควบคุมปริมาณความสม่ำเสมอในการซ้อม (Training Dose) จึงกำหนดแนวทางปฏิบัติแก่ผู้เข้าร่วมทดลองทั้งสองกลุ่มดังนี้:
- ความถี่ในการฝึกซ้อม: บังคับสัปดาห์ละ 3 วัน (เว้นระยะพักกล้ามเนื้ออย่างน้อย 24 ชั่วโมงต่อการฝึกซ้อม เช่น ซ้อมทุกวันจันทร์, พุธ, ศุกร์)
- ระยะเวลาต่อเซสชัน: ฝึกซ้อมวันละ 1 เซสชัน โดยรำท่ารำบังคับครบทั้ง 12 ท่า ท่าละ 3 นาที (เวลาซ้อมสุทธิตามจริงประมาณ 36 นาทีต่อวัน ไม่รวมเวลาหยุดพักย่อยระหว่างท่า) โดยรำสะสมรอบการฝึกในท่ารำหลักที่กำหนด
- การบันทึกชั่วโมงซ้อม (Compliance Monitoring):
- ระบบแอปพลิเคชันจะทำการบันทึกเวลาการเปิดกล้องฝึกซ้อม (Training Timestamp), ระยะเวลาการรำ, และจำนวนรอบที่รำสำเร็จ ขึ้นสู่ฐานข้อมูล Supabase Cloud โดยอัตโนมัติสำหรับ ทั้งสองกลุ่ม (ช่วยขจัดความคลาดเคลื่อนและความเบี่ยงเบนจากการจดบันทึก Logbook ด้วยมือของอาสาสมัคร)
4. โปรโตคอลการทดสอบสมรรถภาพการทรงตัวทางกายภาพ (Standardized Physical Assessments)
IMPORTANT
หมายเหตุการดำเนินงาน: การประเมินสมรรถภาพในหัวข้อนี้ (One-leg Balance Test) เป็นการทดสอบและบันทึกผลทางกายภาพจริงของอาสาสมัครในรูปแบบ ออฟไลน์แมนนวล (Manual Offline) โดยผู้วิจัย ณ ห้องปฏิบัติการ (ใช้นาฬิกาจับเวลาในการบันทึกข้อมูล) ทั้งนี้ ระบบแอปพลิเคชัน TaijiFlow AI จะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตรวจประเมินหรือประมวลผลการทดสอบเหล่านี้ เพื่อจำกัดขอบเขตของซอฟต์แวร์และประหยัดเวลาของทีมพัฒนา
การทดสอบนี้กระทำ ณ ห้องปฏิบัติการเดียวกันเสมอ โดยปูพื้นผิวชนิดเดียวกัน (ไม้ลามิเนตควบคุมความลื่น) และใช้เครื่องมือตรวจวัดชิ้นเดียวกันในการประเมิน Pre, Mid, Post
4.1 แบบทดสอบการทรงตัวขาเดียวแบบลืมตา (One-leg Balance Test - Eyes Open)
- เกณฑ์ปฏิบัติตามมาตรฐาน:
- อาสาสมัครยืนเท้าเปล่า ปล่อยมือข้างลำตัว ยกเท้าข้างหนึ่งลอยพ้นพื้น (งอเข่าประมาณ
โดยเท้าที่ลอยต้องไม่แตะโดนขาหลัก) - ทำการทดสอบทั้งหมด 3 รอบต่อขา 1 ข้าง โดยแยกเป็น ขาซ้าย และ ขาขวา ภายใต้เงื่อนไข ลืมตา (Eyes Open) เท่านั้น โดยไม่มีเงื่อนไขหลับตา (Eyes Closed) เพื่อความปลอดภัยสูงสุดและป้องกันการหกล้ม
- อาสาสมัครยืนเท้าเปล่า ปล่อยมือข้างลำตัว ยกเท้าข้างหนึ่งลอยพ้นพื้น (งอเข่าประมาณ
- ข้อกำหนดการจับเวลา:
- เริ่มจับเวลาทันทีเมื่อเท้าลอยพ้นพื้น และหยุดจับเวลาเมื่อเท้าแตะพื้น หรือมือหลุดพ้นจากลำตัว หรือเท้าที่ลอยไปสัมผัสโดนขาหลัก
- ขีดจำกัดสูงสุด (Time Cap): กำหนดเวลาสูงสุดไม่เกิน 30 วินาทีต่อรอบ เพื่อป้องกันกล้ามเนื้อล้าสะสม โดยจดบันทึกค่าเวลาเฉลี่ยจาก 3 รอบ
- การควบคุมความปลอดภัย (Wall-assist & Spotting Setup): ให้ทำการยืนทดสอบในจุดที่ห่างจากผนังห้องแล็บประมาณ 30 เซนติเมตร โดยส้นเท้าอยู่ในระดับที่พร้อมเอื้อมแตะผนังพยุงตัวทันทีหากเสียสมดุล และมีผู้วิจัยหรือผู้ช่วยวิจัยยืนประกบระวังในระยะประชิด (ไม่เกิน 1 ช่วงแขน) เสมอ เพื่อความปลอดภัยระดับสูงสุด
5. การประเมินมิติของผู้ใช้งานและการยอมรับระบบ (UX & Subjective Metrics)
ทำการประเมินเฉพาะ กลุ่มทดลอง (Experimental Group) ณ สัปดาห์ที่ 8 (หลังสิ้นสุดโครงการ) เพื่อทวนสอบความน่าเชื่อถือและการยอมรับซอฟต์แวร์ AI:
5.1 การประเมินความง่ายในการใช้งานระบบ (System Usability Scale - SUS)
ประยุกต์ใช้แบบวัดมาตรฐาน SUS แบบ Likert Scale 5 ระดับ จำนวน 10 ข้อคำถาม เพื่อหาคะแนน Usability Score (เป้าหมายเฉลี่ย
5.2 การประเมินความเชื่อมั่นต่อคำแนะนำของปัญญาประดิษฐ์ (Trust in AI Scale)
ประยุกต์ใช้แบบวัดระดับความเชื่อถือในคำแนะนำของ AI (ประยุกต์จากกรอบแนวคิดของ Jian et al., 2000) ครอบคลุมคำถาม เช่น:
- "ฉันรู้สึกว่าคำแนะนำชี้จุดบกพร่องของ AI มีความเที่ยงตรงเชิงชีวกลศาสตร์จริง"
- "ระบบตรวจจับจุดข้อศอกลอยและถ่ายน้ำหนักเบี้ยวได้สอดคล้องกับความรู้สึกทางกายของฉัน"
- "คำแนะนำของระบบปัญญาประดิษฐ์มีความปลอดภัยและไม่ทำให้ฉันเกิดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ"
5.3 กรอบคำถามสัมภาษณ์เชิงคุณภาพ (Semi-structured Interview Framework)
สัมภาษณ์เจาะลึกอาสาสมัครกลุ่มทดลองหลังสิ้นสุด 8 สัปดาห์ ในประเด็นดังนี้:
- การตระหนักรู้สรีระ (Somatic Awareness): การฝึกกับฟีดแบ็ก AI ช่วยให้ท่านรู้สึกตัวเรื่องการจัดแนวหลังเข่าและถ่ายน้ำหนักดีขึ้นอย่างไร?
- อุปสรรคการใช้งาน (Barriers to Use): พบปัญหาพิกัดกระตุกหรือข้อจำกัดด้านสภาพแสงในห้องอย่างไรบ้างระหว่างการฝึกซ้อมที่บ้าน?
- การประยุกต์ใช้ซ้ำ (Adherence & Future Adoption): ท่านจะแนะนำระบบนี้ให้แก่ผู้เริ่มฝึกรำไท้เก๊กหรือผู้ที่สนใจดูแลสุขภาพท่านอื่นนำไปใช้ฝึกซ้อมด้วยตนเองหรือไม่ อย่างไร?
6. แผนการวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติ (Statistical Analysis Plan)
ตารางบันทึกผลทางกายภาพและตัวแปรเข้ารหัสระบบ (One-leg balance และ AQA Score สะสมรายสัปดาห์) จะถูกส่งเข้าสู่โปรแกรมทางสถิติ (เช่น SPSS หรือ R) เพื่อคำนวณพิสูจน์สมมติฐานดังนี้:
- 1. Paired t-test (การเปรียบเทียบภายในกลุ่ม):
- เปรียบเทียบคะแนน Pre-test (Week 0) vs Post-test (Week 8) แยกกลุ่ม เพื่อพิสูจน์ว่าแต่ละกลุ่มมีพัฒนาการที่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญหรือไม่ (
)
- เปรียบเทียบคะแนน Pre-test (Week 0) vs Post-test (Week 8) แยกกลุ่ม เพื่อพิสูจน์ว่าแต่ละกลุ่มมีพัฒนาการที่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญหรือไม่ (
- 2. Mixed-design ANOVA (การเปรียบเทียบระหว่างกลุ่มตลอดเวลา):
- วิเคราะห์ตัวแปร Time (Week 0, 4, 8) เป็น Within-subjects factor และตัวแปร Group (Control vs Experimental) เป็น Between-subjects factor
- เพื่อยืนยันประสิทธิภาพของ TaijiFlow AI ผ่านการทดสอบ Interaction Effect (Time
Group) ที่แสดงว่า อาสาสมัครที่ซ้อมโดยได้รับการฟีดแบ็กตรวจสรีระจาก AI มีแนวโน้มการทรงตัวและจลนศาสตร์ไท้เก๊กพัฒนาได้รวดเร็วและสูงกว่ากลุ่มที่ดูเพียงวิดีโอทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
7. ประเด็นทางจริยธรรมวิจัยและการคุ้มครองผู้เข้าร่วมวิจัย (Ethical Considerations & Data Protection)
- ความเท่าเทียมในการเข้าถึงนวัตกรรม (Post-trial Access):
- เพื่อความเท่าเทียมและสอดคล้องกับจริยธรรมวิจัยในมนุษย์ (IRB) หลังจากเสร็จสิ้นการประเมินรอบสุดท้ายในสัปดาห์ที่ 8 ผู้วิจัยจะทำการเปิดสิทธิ์ระบบการตรวจวิเคราะห์ AI วิเคราะห์สรีระเต็มรูปแบบ (Active AI Mode) และรายงานผล AQA Score ให้แก่สมาชิกกลุ่มควบคุม (Control Group) ได้เข้าใช้งานฟรีตลอดอายุโครงการ เพื่อนำไปพัฒนาสุขภาพการทรงตัวของตนเองต่อไป
- การปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลและการไม่ระบุตัวตน (Anonymization & Data Privacy):
- ไฟล์พิกัดโครงกระดูก JSON ที่ส่งเข้าคลาวด์จะบันทึกภายใต้รหัสอาสาสมัครที่ไม่ระบุชื่อ (เช่น
P01 - P30) โดยไม่มีภาพใบหน้าหรือวิดีโอจริงของผู้ใช้ส่งขึ้นเซิร์ฟเวอร์ฐานข้อมูลแต่อย่างใด เพื่อปกป้องสิทธิ์ความเป็นส่วนตัวสูงสุดของผู้เข้าร่วมทดลอง
- ไฟล์พิกัดโครงกระดูก JSON ที่ส่งเข้าคลาวด์จะบันทึกภายใต้รหัสอาสาสมัครที่ไม่ระบุชื่อ (เช่น
8. ระบบควบคุมสิทธิ์และการเก็บความยินยอม (Forced Auth & Consent Flow)
เพื่อป้องกันความผิดพลาดในการสุ่มและควบคุมสิทธิ์ใช้งาน (Blinding Leak) และเพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดทางจริยธรรมการวิจัยอย่างเคร่งครัด ระบบจะใช้สถาปัตยกรรมการยืนยันตัวตนก่อนเข้าใช้งานกล้องเว็บแคม และระบบการให้ความยินยอมที่มีความชัดเจนผ่านทางหน้าตาผู้ใช้งาน (UI)
- เมื่อผู้ใช้สมัครสมาชิกใหม่ (Sign Up): จะต้องติ๊กถูกยอมรับเงื่อนไขผ่านกล่องตัวเลือกความยินยอมบนฟอร์มสมัครสมาชิก จึงจะสามารถลงทะเบียนสำเร็จ และค่าความยินยอมจะถูกบันทึกขึ้นฐานข้อมูลคลาวด์โดยอัตโนมัติ (
consent_accepted = true) - เมื่อผู้ใช้เดิมที่เคยลงทะเบียนก่อนอัปเดตระบบเข้าสู่ระบบ (Sign In): หากโปรไฟล์ในฐานข้อมูลยังมีค่าความยินยอมเป็นเท็จ ระบบจะดึงป๊อปอัปให้ติ๊กยินยอม 1 ครั้ง จากนั้นจะอัปเดตและจำประวัติในฐานข้อมูลอย่างถาวร ทำให้ไม่ต้องกดยืนยันใหม่อีกในครั้งถัด ๆ ไป
8.1 แผนผังขั้นตอนการทำงานเมื่อเปิดใช้งานแอปพลิเคชัน (User Flow Diagram)
8.2 กรอบคำศัพท์เพื่อหลีกเลี่ยงการอ้างอิงทางการแพทย์ (Non-Medical Terminology Guardrails)
เพื่อป้องกันการจัดประเภทแอปพลิเคชันเป็น "เครื่องมือทางการแพทย์" (Medical Device) ซึ่งจะส่งผลให้โปรโตคอลนี้กลายเป็นการวิจัยทางคลินิกประเภทควบคุมพิเศษ จึงมีข้อกำหนดคำศัพท์ที่ห้ามใช้และคำศัพท์แนะนำให้ใช้สำหรับการทำเอกสารสรุปผลวิจัยและการสื่อสารของ AI ภายในระบบ ดังนี้:
| คำศัพท์ที่ต้องหลีกเลี่ยง (Avoid Words) | คำศัพท์แนะนำให้ใช้แทน (Preferred Words) |
|---|---|
| การรักษา (Treatment) / บำบัดฟื้นฟู (Rehabilitation) | การฝึกอบรมทักษะ (Skill Training) / การเสริมสร้างสุขภาพ (Health Promotion) |
| วินิจฉัยโรค (Diagnose) / ประเมินทางการแพทย์ (Medical Evaluation) | วิเคราะห์ความสอดคล้องตามกฎชีวกลศาสตร์ (Biomechanical Rule Assessment) |
| ความบกพร่องการทรงตัว (Balance Disorder) / การรักษาอาการบาดเจ็บ | ความเสถียรของท่าทางทั่วไป (General Postural Stability) |
| อุปกรณ์รักษาโรค (Therapeutic Device) | สื่อ/เครื่องมือสนับสนุนการฝึกซ้อมกีฬาส่วนบุคคล (Instructional Athletic Aid) |
8.3 การตั้งค่าปฏิเสธความรับผิดชอบในระดับระบบ (App Disclaimer Policy)
- ตำแหน่งแสดงผล: ปรากฏในแถบล่างของหน้าจอการประเมิน และปรากฏในรายละเอียดของหน้าต่างต้อนรับก่อนเริ่มใช้งาน (Consent Modal)
- เนื้อหาประกาศ (TH): "คำเตือน: แอปพลิเคชันนี้ทำหน้าที่เป็นสื่อเพื่อสนับสนุนความเข้าใจจลนศาสตร์ในการฝึกซ้อมมวยไท้เก๊กส่วนบุคคลเท่านั้น ไม่มีวัตถุประสงค์ในการตรวจ วินิจฉัย บำบัดรักษา หรือป้องกันสภาวะความเจ็บป่วยหรือความเสื่อมถอยทางกายภาพใดๆ ของผู้ใช้งาน ในกรณีที่ผู้ใช้งานมีปัญหากระดูก ข้อต่อ หรือการทรงตัวรุนแรง ควรได้รับคำแนะนำและอนุญาตจากแพทย์ก่อนการใช้งาน"
- เนื้อหาประกาศ (EN): "Disclaimer: This application serves solely as an instructional tool to support personal understanding of Tai Chi kinematics. It is not intended to diagnose, treat, prevent, or cure any physical condition or ailment. Users with severe joint or balance disorders should consult a doctor before use."
8.4 นโยบายบัญชีนิรนามและการอำพรางกลุ่มทดลอง (Pseudonymization & Blinding Strategy)
เพื่อตอบโจทย์กระบวนการทดลองแบบปกปิดทางเดียว (Single-blind RCT Study) และเป็นไปตามข้อจริยธรรมวิจัย:
- การออกแบบรหัสบัญชีจำลอง: อาสาสมัครทุกคนจะได้รับแจกบัญชีจำลองเป็นกลาง (Neutral Identifiers) เช่น
p01@taijiflow.org(ชื่อแสดงผล:Participant P01) รันลำดับต่อเนื่อง โดยไม่มีการระบุแยกกลุ่มลงไปในรหัสชื่อบัญชีโดยตรง (เช่น ห้ามใช้exp01หรือctrl01) เพื่อหลีกเลี่ยงอคติของผู้ประเมินการเคลื่อนไหว (Observer/Expectation Bias) ที่อาจเกิดขึ้นเมื่อเข้ามาดูรายงานพิกัดและวีดีโอ Replay บน Dashboard ของผู้ดูแล - ตาราง Mapping ออฟไลน์: ผู้วิจัยหลักจะจัดเก็บตารางความเชื่อมโยงระหว่างตัวตนจริง (ชื่อ-นามสกุลจริง) เข้ากับรหัสจำลองนี้ไว้เป็นความลับนอกระบบคอมพิวเตอร์ออนไลน์ (เช่น รูปแบบเอกสารทางกายภาพ หรือไฟล์ Excel เข้ารหัสในโลคัลไดรฟ์ของผู้วิจัยหลัก)
- การจำกัดพิกัดข้อมูลบน Cloud: ในระบบฐานข้อมูลและไฟล์เก็บพิกัด 3D บน Cloud จะปรากฏเพียงรหัสจำลอง
P01,P02เท่านั้น โดยระบบ Supabase จะตั้งค่าปิดการตรวจสอบการยืนยันอีเมลยืนยันตัวตน (Disable Email Confirmations) เพื่ออำนวยความสะดวกในการล็อกอินด้วยบัญชีจำลองเหล่านี้โดยตรง - การกำหนดเงื่อนไขการทำงานในโค้ด: ข้อมูลกลุ่มวิจัยของอาสาสมัครจะถูกสืบค้นและระบุผ่านฟิลด์
research_groupในฐานข้อมูล เพื่อให้หน้าจอเปลี่ยนโหมดระหว่าง Active และ Sham โดยอัตโนมัติ โดยที่หน้าจอกิจกรรมทั่วไปยังแสดงผลภายใต้รหัสที่เป็นกลางเสมอ