Skip to content

กลยุทธ์การขอรับทุนวิจัยภายนอกและการระดมทุนจาก Venture Capital (TaijiFlow AI External Funding & VC Investment Strategy)

เอกสารฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อวิเคราะห์ความเป็นไปได้ โครงสร้างแหล่งทุน ขั้นตอนการดำเนินงาน และข้อเสนอแนะเชิงกลยุทธ์ในการจัดหาเงินทุนสนับสนุนจากภายนอก (External Funding) ทั้งในรูปแบบ ทุนวิจัยให้เปล่าจากภาครัฐ (Non-Dilutive Grants), ทุนสนับสนุนสตาร์ทอัพจากมหาวิทยาลัย (University Spin-off Funds), และ เงินลงทุนจากธุรกิจร่วมลงทุน (Venture Capital & Angel Investors) สำหรับโครงการ TaijiFlow AI เพื่อผลักดันงานวิจัยระดับดุษฎีนิพนธ์สู่ผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์และนวัตกรรมระดับสากล


แผนภาพกระบวนการระดมทุนแบบขั้นบันได (Grant-First, VC-Next Pipeline)


1. การจำแนกประเภทแหล่งทุนภายนอก (Funding Landscape Analysis)

การระดมทุนสำหรับโครงการ DeepTech ด้านสุขภาพชีวกลศาสตร์ สามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลักตามลักษณะของเงินทุนและเงื่อนไขการถือครองหุ้น:

1.1 ทุนวิจัยและนวัตกรรมให้เปล่า (Non-Dilutive Grants - ไม่เสียสัดส่วนหุ้น)

เป็นแหล่งทุนที่เหมาะสมที่สุดสำหรับช่วงเริ่มต้น (TRL 4–6) เพื่อใช้ในการทำงานวิจัย การสร้างโมเดล AI การจดสิทธิบัตร และการทดลองทางคลินิก:

แหล่งทุน / หน่วยงานโครงการทุนที่ตรงเป้าหมายวงเงินสนับสนุนจุดเน้นและเงื่อนไขสำคัญ
TED Fund (กองทุนพัฒนาผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรม)Youth Startup Fund (Ideation/POC): 100,000 – 1,500,000 บาท
Startup Voucher: สูงสุด 3,000,000 บาท
100k – 3M บาท• เหมาะสำหรับนักศึกษา/อาจารย์มหาวิทยาลัย
• เน้นการพัฒนาต้นแบบและทดสอบตลาดเบื้องต้น
NIA (สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ)Open Innovation (นวัตกรรมแบบเปิด): สูงสุด 1,500,000 บาท
Thematic Innovation (HealthTech & AI): สูงสุด 5,000,000 บาท
1.5M – 5M บาท• เน้นนวัตกรรมระดับประเทศที่มีความใหม่ชัดเจน
• ต้องมีนิติบุคคลรองรับและมีผลการทดสอบเบื้องต้น
บพข. / บพค. (หน่วยบริหารและจัดการทุนวิจัย)ทุนวิจัย DeepTech & AI Platform: 2,000,000 – 10,000,000 บาท
ทุนถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่เชิงพาณิชย์
2M – 10M บาท• เน้นงานวิจัยระดับสูงร่วมกับภาคเอกชน (Co-funding)
• ต้องมีแผนผลักดันสู่ TRL 7–8 ชัดเจน
STeP มหาวิทยาลัยเชียงใหม่CMU Spin-off Fund & Incubation Program200k – 1M บาท• สนับสนุนการบ่มเพาะธุรกิจและค่าใช้จ่ายด้านทรัพย์สินทางปัญญา

1.2 แหล่งทุนธุรกิจร่วมลงทุน (Venture Capital & Angel Investors - แลกสัดส่วนหุ้น)

เหมาะสำหรับช่วงที่ระบบมีต้นแบบที่ผ่านการทดสอบทางคลินิกแล้ว (TRL 6–7) และพร้อมจัดตั้งบริษัทเพื่อขยายธุรกิจ:

กลุ่มนักลงทุน (Investor Type)เป้าหมายการลงทุนวงเงินเฉลี่ยตัวอย่างกองทุนในไทยและระดับสากล
Angel Investors & High Net Worth Individualsสนับสนุนช่วง Pre-Seed จากความเชี่ยวชาญของทีมผู้ก่อตั้งและตลาดสูงวัย1M – 5M บาท• ชมรมนักลงทุนเทวดาไทย (Thai Angel Investors)
• ผู้บริหารสถาบันสุขภาพ/ฟิตเนสชั้นนำ
DeepTech & HealthTech VCs (ไทย/เอเชีย)ลงทุนในเทคโนโลยีที่มีสิทธิบัตรและการทดสอบทางคลินิกเชิงสุขภาพรองรับ10M – 30M บาท (Seed Round)KX Venture Capital (เน้น DeepTech & AI)
500 Thailand / TukTuks (เน้น Scalable Tech)
Krungsri Finnovate / Singha Ventures
ADB Ventures (เทคโนโลยีเพื่อสังคมและสุขภาพ)
Global SilverTech & Motion-AI VCsลงทุนในเทคโนโลยีดูแลผู้สูงวัย การป้องกันการหกล้ม และ Computer Vision$300k – $1.5M USDSOSV / HAX (Hardware & Deep Motion AI)
Antler Global
Longevity Vision Fund

2. การวิเคราะห์ความเป็นไปได้ในการขอทุนและระดมทุน (Feasibility & Investment Attractiveness)

2.1 จุดแข็งที่เป็นแต้มต่อสำคัญในการดึงดูดนักลงทุน (The TaijiFlow Investment Moat)

  1. สถาปัตยกรรมต้นทุนเป็นศูนย์ (Zero-Server Cost & Infinite Scalability):
    • โมเดล AI ประมวลผลบน WebGPU ฝั่งเบราว์เซอร์ 100% ทำให้ ไม่มีค่าใช้จ่าย GPU บนคลาวด์ต่อผู้ใช้งาน (Unit Economics ดีเยี่ยม)
    • Gross Margin ของธุรกิจสูงกว่า 85–90% ซึ่งเป็นตัวเลขที่นักลงทุน VC ชื่นชอบอย่างมาก
  2. ทรัพย์สินทางปัญญาเชิงลึก (DeepTech Patent Moat):
    • มีสิทธิบัตร 2 ฉบับ (Dual-Tier ST-GCN + Transformer และ Neuro-Symbolic XAI Framework) ป้องกันคู่แข่งลอกเลียนแบบ
  3. หลักฐานเชิงประจักษ์และการทดลองคลินิกรองรับ (Clinical & Evidence-Based Rigor):
    • ผลการทดลองแบบ 8-Week Randomized Controlled Trial (RCT) พร้อมการรับรองจาก IRB (CMU REC) ยืนยันผลสัมฤทธิ์ด้านการทรงตัว (Balance Improvement) และการป้องกันการหกล้มจริง
  4. เกาะกระแสเศรษฐกิจสูงวัยระดับโลก (Silver Economy & Preventive Longevity Megatrend):
    • ตลาดฟื้นฟูสมรรถภาพและการป้องกันการหกล้มของผู้สูงวัยทั่วโลกมีมูลค่ากว่า 4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ

2.2 ความเสี่ยงที่นักลงทุนจะตรวจสอบ (Due Diligence Risks & Mitigation)

ความเสี่ยงที่ VC กังวลแนวทางแก้ไขและเตรียมความพร้อม (Mitigation Strategy)
1. ทรัพย์สินทางปัญญากับมหาวิทยาลัย (University IP Conflict)• ดำเนินการผ่านศูนย์ STeP มหาวิทยาลัยเชียงใหม่เพื่อทำสัญญา Exclusive Commercial Licensing หรือจัดตั้งเป็น CMU Spin-off อย่างเป็นทางการ
• จัดสรรสัดส่วนผลประโยชน์ระหว่างมหาวิทยาลัยและทีมนักวิจัยอย่างโปร่งใส
2. ความเสี่ยงด้านเวลาของทีมผู้ก่อตั้ง (Founder Commitment)• กำหนดบทบาทที่ชัดเจน เช่น นักศึกษา ป.เอก รับตำแหน่ง Chief Technology/AI Officer (CTO) แบบ Full-time หลังจบการศึกษา
• ดึงผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจ (Business Lead / CEO) เข้าร่วมทีม
3. ขนาดตลาดและการขยายผล (Market Size & GTM)• ไม่จำกัดตัวเองอยู่แค่ "แอปมวยไทเก๊ก" แต่วางตำแหน่งเป็น "Kinematic AI Platform for Fall Prevention & Balance Rehabilitation" ที่ขยายสู่กายภาพบำบัดและกีฬาอื่นๆ ได้ในอนาคต

3. ขั้นตอนและแผนการดำเนินงานระดมทุน (Step-by-Step Execution Plan)

ขั้นที่ 1: การขอทุนวิจัยให้เปล่าระยะตั้งไข่ (Grant Phase: เดือนที่ 1 – 6)

  1. ยื่นขอรับทุนสนับสนุนจาก TED Fund (Youth Startup Fund): วงเงิน 500,000 – 1,500,000 บาท เพื่อใช้ในการจัดทำ Dataset และพัฒนา Frontend Prototype
  2. ยื่นขอรับทุนนวัตกรรม NIA (Open Innovation): วงเงิน 1,500,000 บาท เพื่อใช้สนับสนุนการทดสอบอัลกอริทึม WebGPU และสิทธิบัตร
  3. ดำเนินกระบวนการจริยธรรม CMU REC & การทดลอง 8-Week RCT: เพื่อให้ได้ชุดข้อมูลผลการทดลองทางคลินิก (Clinical Data Validation) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการ Pitch กับ VC

ขั้นที่ 2: การจัดตั้งนิติบุคคลและการเตรียมความพร้อมเพื่อการลงทุน (Spin-off & Investor Readiness: เดือนที่ 6 – 12)

  1. จัดตั้งบริษัทสตาร์ทอัพ (DeepTech Spin-off Company):
    • ยื่นขออนุมัติจัดตั้งบริษัทภายใต้อนุบัญญัติ University Spin-off ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผ่านอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (STeP)
    • ลงนามในสัญญาถ่ายทอดเทคโนโลยี (IP Licensing Agreement) เพื่อให้บริษัทมีสิทธิ์ในการแสวงหาผลประโยชน์เชิงพาณิชย์แต่เพียงผู้เดียว
  2. จัดเตรียม Data Room สำหรับการตรวจสอบสถานะ (Due Diligence Data Room):
    • เอกสารทางกฎหมายและสิทธิบัตร (Patent Filing Certificates)
    • ผลการทดสอบทางคลินิกและบทความวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์ (Scopus Q1/Q2 Papers)
    • รายงานสถาปัตยกรรมระบบและผลการตรวจสอบความปลอดภัยของโค้ด (Architecture & Security Audit)
    • แบบจำลองทางการเงิน 3 ปี (3-Year Financial Model & Unit Economics)

ขั้นที่ 3: การระดมทุนรอบ Pre-Seed / Seed Round (Venture Capital Roadshow: เดือนที่ 12 – 18)

  1. จัดทำ DeepTech Pitch Deck 10–12 สไลด์: เน้นปัญหาการหกล้มของผู้สูงวัย, เทคโนโลยี Edge AI สิทธิบัตร, ผล RCT, โมเดลธุรกิจ Zero-Server Cost, และแผนการเติบโต
  2. เข้าร่วมโครงการบ่มเพาะระดับนานาชาติ (Global Accelerators): เช่น Antler, SOSV, หรือโครงการ DeepTech Demo Day ของ STeP เพื่อพบปะกลุ่มนักลงทุน VC
  3. เจรจาและปิดรอบการลงทุน (Closing the Round): จัดทำเอกสาร Term Sheet และ Shareholder Agreement ในการระดมทุนรอบ Seed วงเงินประมาณ 15 – 30 ล้านบาท

4. โครงสร้างสไลด์นำเสนอสำหรับนักลงทุน (DeepTech Winning Pitch Deck Outline)

  1. Slide 1: Vision & Hook: ปฏิวัติการชะลอวัยและป้องกันการหกล้มด้วยปัญญาประดิษฐ์จลนศาสตร์บนกล้องธรรมดา
  2. Slide 2: Problem: ผู้สูงวัยทั่วโลกกว่า 684,000 คนเสียชีวิตจากการหกล้มทุกปี ค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟูสูง ขาดแคลนนักกายภาพบำบัด
  3. Slide 3: Solution (TaijiFlow AI): ระบบตรวจจับและแก้ไขชีวกลศาสตร์แบบ Real-time ผ่านเว็บเบราว์เซอร์ ไม่ต้องใช้อุปกรณ์สวมใส่
  4. Slide 4: Technology & Proprietary Moat: สถาปัตยกรรม ST-GCN + Transformer บน WebGPU (สิทธิบัตร 2 ฉบับ) ประมวลผล Zero-Server
  5. Slide 5: Clinical Validation: ผลการทดลอง 8-Week RCT รับรองโดย CMU REC แสดงพัฒนาการทรงตัวขาเดียวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
  6. Slide 6: Market Opportunity (TAM/SAM/SOM): ตลาด Silver Economy & Fall Prevention มูลค่า 4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ
  7. Slide 7: Business Model & Unit Economics: รายได้จาก B2C Subscription (9.99$/เดือน) และ B2B Tele-Rehab Dashboard (Gross Margin > 85%)
  8. Slide 8: Go-To-Market Strategy: เจาะกลุ่มสถาบันมวยไทเก๊ก, ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ, และขยายสู่ตลาดป้องกันการหกล้มระดับสากล
  9. Slide 9: Competitive Landscape: แผนภาพเปรียบเทียบความได้เปรียบเหนือ Sensor หนัก และ Black-box AI ทั่วไป
  10. Slide 10: Milestones & Traction: Roadmap 4 ระยะ, สิทธิบัตร, ผู้ใช้งานทดสอบ, และการตีพิมพ์ Scopus Q1
  11. Slide 11: Founding Team & Advisory Board: ผู้เชี่ยวชาญด้าน AI ชีวกลศาสตร์, อาจารย์ที่ปรึกษา, และอาจารย์มวยไทเก๊กสายตรง
  12. Slide 12: The Ask & Use of Funds: ขอรับเงินระดมทุนรอบ Seed (เช่น 15–20 ล้านบาท) แบ่งเป็น R&D Product (40%), Clinical Expansion (30%), GTM Marketing (30%)

5. ข้อเสนอแนะเชิงกลยุทธ์สำหรับผู้ก่อตั้ง (Key Strategic Recommendations)

  1. ยึดกลยุทธ์ "Grant-First, VC-Next":
    • ให้ใช้เงินทุนให้เปล่าจาก TED Fund และ NIA ในช่วงแรก (1–2 ปีแรก) เพื่อสร้าง Core Engine, จดสิทธิบัตร, และเก็บผลทดลองคลินิกให้สมบูรณ์ โดยไม่ต้องเสียสัดส่วนหุ้นบริษัท (Equity)
    • เมื่อมีผลการทดลองทางคลินิก (Clinical Evidence) และสิทธิบัตรคุ้มครองแล้ว มูลค่ากิจการ (Valuation) ของบริษัทจะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล ทำให้เมื่อเปิดรับเงินทุนจาก VC ในภายหลัง จะถูกลดสัดส่วนหุ้น (Dilution) น้อยมาก
  2. การจัดการสิทธิ์ IP ร่วมกับมหาวิทยาลัยอย่างรอบคอบ:
    • ประสานงานกับอุทยานวิทยาศาสตร์ STeP มช. ตั้งแต่ช่วงยื่นขอจริยธรรมและสิทธิบัตร เพื่อให้เอกสารและสัญญาระหว่างผู้วิจัยกับมหาวิทยาลัยชัดเจน ป้องกันปัญหาข้อพิพาทด้านการถือสิทธิ์เมื่อมี VC เข้ามาทำ Due Diligence
  3. การวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์ในระดับสากล (Global Positioning):
    • หลีกเลี่ยงการนำเสนอเป็นเพียง "แอปสอนศิลปะการต่อสู้" แต่นำเสนอเป็น "Preventive Kinematic Intelligence Platform" ซึ่งตรงกับเป้าหมายการลงทุนของกองทุน HealthTech และ Longevity ทั่วโลก

TaijiFlow AI Research & Development Project (Chán Sī Jìng Biomechanics)