Client-Side Movement Inference
ประมวลผลโมเดลประเมินท่าทางบนเบราว์เซอร์ด้วย WebGPU/Wasm เพื่อลดความหน่วงและคุ้มครองข้อมูลสรีระส่วนบุคคล โดยแยกการฝึกสอนโมเดล AI ในแล็บบน GPU Infrastructure ออกจากระบบใช้งานจริง
พื้นที่จัดเก็บและเผยแพร่ผลงานวิจัย และดุษฎีนิพนธ์โครงการ TaijiFlow AI
ประเทศไทยและหลายประเทศกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรสู่สังคมสูงวัย ซึ่งทำให้ประเด็นการส่งเสริมการเคลื่อนไหว ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และการทรงตัวมีความสำคัญมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงตามวัยของระบบกล้ามเนื้อและกระดูก รวมถึงความสามารถในการควบคุมการเคลื่อนไหวและการทรงตัว เป็นปัจจัยที่สัมพันธ์กับความเสี่ยงต่อการหกล้ม อันอาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการดำเนินชีวิตและคุณภาพชีวิตของบุคคล (World Health Organization [WHO], 2021; Gillespie et al., 2012)
มวยไท้เก๊ก (Taijiquan) เป็นรูปแบบการออกกำลังกายที่มีงานวิจัยสนับสนุนศักยภาพในการส่งเสริมการทรงตัว การประสานงานของร่างกาย และการรับรู้ตำแหน่งของร่างกาย (Wayne et al., 2014; Wang et al., 2016) อย่างไรก็ตาม หลักฐานวิจัยส่วนใหญ่ศึกษาการฝึกไท้เก๊กในภาพรวม ขณะที่ การฝึกท่าม้วนไหม (Silk Reeling Exercise / 缠丝劲) ของมวยไท้เก๊กสกุลเฉินเป็นทักษะการเคลื่อนไหวแบบเกลียวต่อเนื่อง (Continuous Spiral Movement) ซึ่งอาศัยความสัมพันธ์ระหว่างการถ่ายน้ำหนัก การหมุนของลำตัวและเชิงกราน ตลอดจนการเคลื่อนไหวของแขนและขา จึงเป็นทักษะที่ผู้เริ่มต้นอาจเรียนรู้และประเมินความถูกต้องได้ยากเมื่อฝึกด้วยตนเอง
โดยเฉพาะในบริบทการฝึกผ่านสื่อออนไลน์หรือการฝึกที่บ้าน ผู้ฝึกมักเผชิญข้อจำกัดสำคัญ 3 ประการ ดังนี้:
ดังนั้น โครงการ TaijiFlow AI จึงถูกริเริ่มขึ้นเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ที่ช่วยให้ผู้ฝึกสามารถเรียนรู้และตรวจสอบความถูกต้องของการฝึกท่าม้วนไหมได้ด้วยตนเองอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ ตลอดจนใช้เป็นเครื่องมือเสริมการสอนให้แก่ครูผู้ฝึกสอน ทั้งนี้ ระบบมิได้มีวัตถุประสงค์เพื่อวินิจฉัยโรค ประเมินความเสี่ยงทางการแพทย์ หรือใช้ทดแทนคำแนะนำจากบุคลากรสุขภาพ
โครงการ TaijiFlow AI เสนอกรอบการวิจัยแบบสหสาขาวิชา เพื่อแปลงองค์ความรู้เชิงการเคลื่อนไหวของมวยไท้เก๊กสกุลเฉินให้เป็น ตัวแทนเชิงคำนวณ (Computational Representation) ที่สามารถวิเคราะห์และสื่อสารกลับแก่ผู้ฝึกได้ กรอบดังกล่าวเชื่อมโยงหลักการฝึกจากผู้เชี่ยวชาญ แนวคิดชีวกลศาสตร์ การวิเคราะห์ท่าทางมนุษย์จากภาพ และวิศวกรรมระบบปัญญาประดิษฐ์ โดยมีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนการฝึกด้วยตนเองผ่านข้อมูลป้อนกลับที่ตรวจสอบที่มาได้:
การผสานศาสตร์ทั้ง 4 มิตินี้ จึงเปลี่ยนการฝึกไท้เก๊กจากประสบการณ์เชิงนามธรรม สู่การเรียนรู้ที่มีข้อมูลป้อนกลับเชิงชีวกลศาสตร์ที่ตรวจสอบที่มาได้ โดยยังคงรักษาแก่นแท้ของปรัชญาดั้งเดิมและปกป้องความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้อย่างสูงสุด
TaijiFlow AI ได้รับการพัฒนาเป็นลำดับจากระบบต้นแบบเชิงกฎสู่แนวทางการประเมินการเคลื่อนไหวด้วยข้อมูลและแบบจำลองการเรียนรู้ของเครื่อง โดยการพัฒนาแต่ละระยะมีเป้าหมายเพื่อสร้างหลักฐานทางวิศวกรรม ข้อมูลเชิงจลนศาสตร์ที่ตรวจสอบได้ และฐานสำหรับการประเมินผลกับผู้ใช้จริงอย่างเป็นระบบ:
เส้นทางวิวัฒนาการทั้ง 3 ระยะนี้ จึงสะท้อนถึงการเติบโตอย่างเป็นระบบของโครงการวิจัย จากการสร้างระบบต้นแบบและมาตรฐานวิศวกรรมซอฟต์แวร์ สู่การพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูงที่มีหลักฐานเชิงประจักษ์ทางสุขภาพรองรับ เพื่อประโยชน์ต่อการส่งเสริมสุขภาวะของผู้สูงอายุอย่างเป็นรูปธรรม
ศูนย์กลางงานวิจัยหลักที่กำลังดำเนินการวิจัย ครอบคลุมทั้งยุทธศาสตร์ สถาปัตยกรรม AI ชีวกลศาสตร์ และการทดลองทางคลินิก:
โครงร่างดุษฎีนิพนธ์ แผนแม่บทวิจัย และกลยุทธ์การตีพิมพ์ระดับนานาชาติ
การแปลงปรัชญาสู่คณิตศาสตร์ AI 12 ข้อ และโครงข่ายประสาท ST-GCN + Transformer
การรับรองจริยธรรมในมนุษย์ (IRB) ระเบียบวิธีวิจัยทางคลินิก (RCT) และแนวปฏิบัติ SOP
คลังเอกสารและรายงานทางวิศวกรรมที่เสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้วในระดับมหาบัณฑิตและการวางโครงสร้างระบบ:
Asynchronous Pipeline, เทคนิคการบีบอัด Landmark และความปลอดภัย Supabase RLS
ระบบต้นแบบ Single-Hand และเอกสารวิศวกรรมซอฟต์แวร์มาตรฐาน ISO/IEC 29110
💡 ข้อมูลสถาปัตยกรรมและการสนับสนุนวิจัย: สำหรับแผนภาพสถาปัตยกรรมระบบการฝึกสอน AI (Training vs. Inference) และแนวทางความร่วมมือทางวิชาการ สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ รายงานสถาปัตยกรรมโมเดล AI และ English Research Overview
@phdthesis{uarjaipra2026taijiflow,
author = {Weerayuth Uarjaipra},
title = {TaijiFlow AI: Pose-Based Artificial Intelligence for Continuous Human Movement Analysis and Feedback},
school = {Multidisciplinary and Interdisciplinary School, Chiang Mai University},
year = {2026},
address = {Chiang Mai, Thailand},
url = {https://research.taijiflow.org/}
}วีรยุทธ เอื้อใจพระ. (2568). การพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์สำหรับวิเคราะห์และให้คำแนะนำแบบทันทีในการฝึกท่าม้วนไหมของมวยไท้เก๊กสกุลเฉิน. การค้นคว้าอิสระ ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.